แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝังเข็ม...แบบไร้เข็ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝังเข็ม...แบบไร้เข็ม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฝังเข็ม...แบบไร้เข็ม




การฝังเข็ม... ศาสตร์การรักษาโรคที่ก่อกำเนิดมานานนับพันปี สามารถใช้รักษาได้ผลดีในหลายโรค ดังที่เราๆ ท่านๆ ทั้งหลายทราบกัน อาทิ อัมพาต, อัมพฤกษ์, อัมพาตครึ่งท่อน, อัมพาตประสาทใบหน้า, โรคภูมิแพ้, โรคเหน็บชา, ปวดศีรษะไมเกรน, ปวดต้นคอ, ปวดหลัง, ปวดเอว, ปวดข้อต่างๆ, เวียนศีรษะ, หมอนรองกระดูกสันหลังกดเส้นประสาท, ผมร่วง เป็นต้น

ปัจจุบันการฝังเข็มได้พลิกโฉมสู่ความล้ำสมัยมากขึ้น เมื่อวงการแพทย์ได้นำเลเซอร์สุดยอดเทคโนโลยีมาใช้แทนเข็ม แต่ยังอิงหลักการฝังเข็มแบบเดิมเอาไว้

หลักการทำงานของการฝังเข็มโดยใช้เครื่องเลเซอร์

* ใช้หลักการเดียวกับการฝังเข็ม แต่ใช้แสงเลเซอร์แทนเข็ม

* แสงเลเซอร์จะเข้าไปจี้ตามจุดและเส้นต่างๆ ที่เป็นตำแหน่งในการฝังเข็มก่อให้เกิดผลต่างๆ ตามมาหลายอย่าง อาทิ

- ปรับการทำงานของอวัยวะและระบบต่างๆ ที่เสียสมดุลไปให้กลับสู่สภาพปกติ

- ช่วยยับยั้งความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติต่างๆ

- ปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้อยู่ในสภาพปกติเพื่อขจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรคยับยั้งปฏิกิริยาภูมิแพ้ไวเกินยับยั้งปฏิกิริยาการอักเสบ เป็นต้น

จุดเด่นของการฝังเข็มโดยใช้เลเซอร์

1. ไม่ได้ใช้เข็มจริง จึงเหมาะสำหรับคนไข้บางรายที่กลัวการติดเชื้อ กลัวเข็ม และกลัวเจ็บ

2. เครื่องเลเซอร์ฝังเข็ม จะมีหน้าปัดแสดงค่าตัวเลขให้ทราบถึงการปรับพลังงาน ณ จุดใดๆในร่างกาย จนกระทั่งเกิดความสมดุลขึ้น จึงมีความแม่นยำในการรักษา

3. ใช้แสงเลเซอร์ที่มีพลังงานต่ำ จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย

4. ใช้เวลารักษาช่วงสั้นๆ ประมาณ 10 วินาที - 2 นาที ขึ้นกับบริเวณและดุลยพินิจของแพทย์ที่ทำการรักษา

5. แพทย์ที่ทำการรักษามีความรู้เกี่ยวกับวิธีการฝังเข็ม และเข้าใจถึงการทำงานของจุดฝังเข็มในร่างกายเป็นอย่างดี

การฝังเข็มโดยใช้เลเซอร์ สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ผลดี อาทิ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดข้อ ข้อเกร็ง ข้อยึดติด เอ็นอักเสบ อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีข้อพึงระวังในผู้ที่ตั้งครรภ์ และไม่เหมาะที่จะใช้เลเซอร์ในบริเวณที่เป็นมะเร็ง ติดเชื้อ หรือมีแผล ในกรณีนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษา

แม้การฝังเข็มโดยใช้เลเซอร์จะมีความปลอดภัยสูง แต่ผู้ป่วยควรเลือกรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์ทั้งก่อนและหลังการรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลการรักษามีความปลอดภัยสูงสุด